เกมยอดฮิตของเว็บพนันออนไลน์เกมหลัก ๆ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็น บาคาร่า (Baccarat) ซึ่งนักลงทุนทุกท่านคงรู้กันอยู่แล้วว่าเกมไพ่บาคาร่าเป็นเกมการเดิมพันที่มีวิธีการเล่นที่ใช้เป็นตัวทายผลของเกมนั่นเอง ซึ่งไพ่บาคาร่าในหนึ่งสำรับจะมีรูปแบบของไพ่ที่แตกต่างกันออกไป และหน้าที่ของไพ่ในแต่ละใบก็จะมีความแตกต่างกันอีกด้วย จึงทำให้เกิดการอัตราของการจ่ายเงินให้นักลงทุนที่ได้เล่นเกมไพ่บาคาร่าหลายรูปแบบ ในบทความนี้เราจะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อไขข้อสงสัยให้กับนักลงทุนทุกท่านกันแบบที่เรียกว่าล้ำลึกสุด ๆ ว่าในอัตราของการจ่ายเงินในแต่ละช่องนั้น มันต่างกันอย่างไร สำหรับนักลงทุนรายใหม่ควรที่จะศึกษาข้อมูลส่วนนี้ไว้ได้เลย

อัตราในการจ่ายเงินของโต๊ะไพ่บาคาร่า

ในส่วนของโต๊ะไพ่บาคาร่านั้น นักลงทุนรายใหม่อาจจะยังไม่เคยเห็นหน้าตาของโต๊ะไพ่บาคาร่า วันนี้เดี๋ยวทางเราจะอธิบายรายละเอียดและจะจำแนกข้อมูลแต่ละหัวข้อและอัตราในการจ่ายเงินไว้ให้นักลงทุนทุกท่านทราบอย่างชัดเจน

ในส่วนช่องของทางฝั่งผู้เล่นนั้น ในการจ่ายเงินจะมีอัตราในการจ่ายที่ 1 : 1 และในกรณีที่ทางผู้เล่นได้ทายผลการเดิมพันที่ช่องผู้เล่น (Player) จำนวนเงิน 100 บาท ถ้าหากว่านักลงทุนทายผลการเดิมพันถูก ทางนักลงทุนจะได้รับเงินรางวัลในตานั้น จำนวน 100 บาท

 

ในส่วนช่องของเจ้ามือไพ่คู่นั้นจะมีอัตราในการจ่ายเงินอยู่ที่ 1 : 11 และในกรณีที่ทางผู้เล่นได้ทายผลการเดิมพันที่ช่องของเจ้ามือไพ่คู่ (Player pair) จำนวนเงิน 100 บาท ถ้าหากว่านักลงทุนทายผลการเดิมพันถูก ทางนักลงทุนจะได้รับเงินรางวัลในตานั้น 1,100 บาท

 

ในส่วนช่องของเจ้ามือจะมีอัตราในการจ่ายเงินอยู่ที่ 1 : 0.95 และในกรณีที่ทางผู้เล่นได้ทายผลการเดิมพันที่ช่องของ  เจ้ามือ (Banker) จำนวนเงิน 100 บาท ถ้าหากว่านักลงทุนทายผลการเดิมพันถูก ทางนักลงทุนจะได้รับเงินรางวัลในตานั้น 95 บาท

 

ในส่วนช่องของเจ้ามือจะมีอัตราในการจ่ายเงินอยู่ที่ 1 : 11 และในกรณีที่ทางผู้เล่นได้ทายผลการเดิมพันที่ช่องของ ผู้เล่นไพ่คู่ (Banker Pair) จำนวนเงิน 100 บาท ถ้าหากว่านักลงทุนทายผลการเดิมพันถูก ทางนักลงทุนจะได้รับเงินรางวัลในตานั้น 1,100 บาท

 

ในส่วนช่องเสมอ นั้น จะอยู่ตรงระหว่างกลางช่องผู้เล่น (Player) และ ช่องของเจ้ามือ (Banker) โดยในลักษณะที่ช่องจะเป็นสีเขียวถ้าหากนักลงทุนลองสังเกตุได้จากบริเวณกลางโต๊ะบาคาร่าเลย ทางช่องเสมอจะมีอัตราในการจ่ายเงินอยู่ที่ 1:8 ในกรณีที่นักลงทุนทายช่องเสมอ (Tie) จำนวนเงิน 100 บาท ถ้าหากว่านักลงทุนทายผลการเดิมพันถูก ทางนักลงทุนจะได้รับเงินรางวัลในตานั้น 800 บาท

 

ในการทายผลการเดิมพัน หากนักลงทุนทายช่องสูง หรือ ใหญ่ (Big) คือ การทายผลของไพ่ที่มีแต้มสูง โดยไพ่ที่มีแต้มสูงนั้น จะมีแต้มอยู่ที่ 5 แต้ม – 9 แต้ม นั่นเอง ลักษณะสีของช่องนั้นจะเป็นสีน้ำตาลอยู่บริเวณด้านบนของช่องผู้เล่น และจะมีอัตราในจ่ายเงินอยู่ที่ 1:0.5 ในกรณีที่นักลงทุนทายช่องสูง หรือ ใหญ่ (Big) จำนวนเงิน 100 บาท ถ้าหากว่านักลงทุนทายผลการเดิมพันถูก ทางนักลงทุนจะได้รับเงินรางวัลในตานั้น 50 บาท

 

ในการทายผลการเดิมพัน หากนักลงทุนทายช่องต่ำ หรือ เล็ก (Small) คือ การทายผลของไพ่ที่มีแต้มต่ำ โดยไพ่ที่มีแต้มต่ำนั้น จะมีแต้มอยู่ที่ 0 แต้ม – 4 แต้ม นั่นเอง ลักษณะสีของช่องจะเป็นสีน้ำตาลอยู่บริเวณบนช่องของเจ้ามือ และจะมีอัตราในจ่ายเงินอยู่ที่ 1:1.5 ในกรณีที่นักลงทุนทายช่องต่ำ หรือ เล็ก (Small) จำนวนเงิน 100 บาท ถ้าหากว่านักลงทุนทายผลการเดิมพันถูก ทางนักลงทุนจะได้รับเงินรางวัลในตานั้น 150 บาท

 

ในการทายผลการเดิมพัน หากนักลงทุนทายช่องไพ่คู่ (Any Pair) คือ การลงเงินเดิมพันไพ่คู่ เมื่อทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ไพ่คู่ ลักษณะสีของช่องจะเป็นสีน้ำตาลอยู่บริเวณด้านข้างของช่องต่ำ หรือ เล็ก (Small) และจะมีอัตราในการจ่ายเงินอยู่ที่ 1: 5 ในกรณีที่นักลงทุนทายช่องไพ่คู่ (Any Pair) จำนวนเงิน 100 บาท ถ้าหากว่านักลงทุนทายผลการเดิมพันถูก ทางนักลงทุนจะได้รับเงินรางวัลในตานั้น 500 บาท

 

ช่องไพ่ดับเบิ้ลคู่ (Perfect Pair) คือ การลงเงินเดิมพันไพ่คู่ ทางทั้งสองฝั่งจะต้องได้ไพ่คู่ ลักษณะสีของช่องจะเป็นสีน้ำตาลอยู่บริเวณข้างช่องสูง หรือ ใหญ่ (Big) และจะมีอัตราในการจ่ายเงิน 1:25 ในกรณีที่นักลงทุนทายช่องไพ่ดับเบิ้ลคู่ (Perfect Pair) จำนวน 100 บาท ถ้าหากว่านักลงทุนทายผลการเดิมพันถูก ทางนักลงทุนจะได้รับเงินรางวัลในตานั้น 2,500 บาท

 

ตารางในการจ่ายเงินของโต๊ะโบนัส ของไพ่ป๊อก ไพ่ไม่ป๊อก และไพ่ที่เสมอ